ออกกำลังกายให้เส้นผม


เร่งสปีดความเร็วให้ผมยาวเร็วแบบติดเทอร์โบด้วยการก้มศีรษะให้เลือดไปเลี้ยงที่ศีรษะค้างไว้สัก 30 วินาที ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาทำเช่นนี้ทุกวัน เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นผมที่ศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็วขึ้นด้วย

เพิ่มโปรตีน
Lee Stafford ช่างทำผมคนดังของเกาะอังกฤษแนะว่า “โปรตีนสามารถปกป้องและซ่อมแซมเส้นผม ช่วยลดการหลุดร่วงและการแตกหักของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง และยาวเร็วขึ้นได้”


กินปลา
Richard Ward กล่าวไว้ว่า “ปลา พืชผักใบเขียว และบลูเบอรี่เป็นแหล่งอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ฉะนั้นบริเวณใดก็ตามในร่างกายที่มีเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงได้ดีจะทำให้ร่างกายบริเวณนั้นแข็งแรง มีชีวิตชีวารวมไปถึงเส้นผมบนศีรษะด้วย”

เคยนวดศีรษะกันบ้างไหม
Phillip Kingsley เปิดเผยให้ฟังถึงศาสตร์ของการนวดศีรษะว่า “การนวดศีรษะจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบนศีรษะ และทำให้ระบบเมตาโบลิซึ่ม ทำงานได้อย่างเป็นปกติ และยังจะช่วยทำให้เส้นผมเติบโตเร็วขึ้น การนวดศีรษะอาจทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านในขณะสระผม โดยการใช้นิ้วมือกดและนวดไปตามจุดบนศีรษะอย่างเบามือ”


แปรงให้ถูก
หลีกเลี่ยงการทำให้เส้นผมขาดและหลุดร่วงด้วยการไม่หวีผมขณะยังเปียกอยู่ เลือกใช้หวีซี่ใหญ่และห่างในการหวีผมช่วงผมเปียกแทน

ตัดผมบ้าง
อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าการเล็มผมบ่อยๆ จะช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น การเล็มผมนอกจากจะทำให้ผมยาวเร็วขึ้นแล้วถือว่ายังเป็นการกำจัดผมแตกปลายไปในตัวด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็หมั่นให้ช่างเล็มผมก็จะดีไม่ใช่น้อย

ต่อผมก็ได้
สำหรับสาวใจร้อนที่ทนรอให้ผมยาวไม่ได้หรืออาจมีภารกิจสำคัญที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องไว้ผมยาวภายใน 1 วัน ให้ลองมองหาร้านทำผมที่มีบริการต่อผมดู ให้เลือกใช้บริการร้านต่อผมที่ค่อนข้างมีประสบการณ์สักนิดก่อนที่คิดจะต่อผม


 

  หลังจากที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมากล่าวเตือน แนวชายฝั่งอ่าวไทย 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมถึงบริเวณชายฝั่งทะเลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ระวังวิบัติภัยจากสตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่ง จากความเร็วของแรงลมที่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลให้คลื่นสูงเฉลี่ย 2.2-4.5 เมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงๆ ความรุนแรงอาจเท่าพายุนาร์กีสเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นกันไม่น้อย กับปรากฎการณ์ สตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  หรือ พายุหมุน หรือ คลื่นซัดเข้าชายฝั่ง 

         เชื่อหรือไม่ว่า ปรากฎการณ์ Storm Surge เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว! และเคยเกิดบ่อยครั้งด้วย ซึ่งแต่ละครั้งก็นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง.... 

         ย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่น เกย์ (คุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ) พัดถล่ม จังหวัดชุมพร มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ต่อมาปี 2540 พายุลินดา ก็พัดซ้ำรอยเดิม ใน จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และจังหวัดเพชรบุรี ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่า ทว่าก็สร้างความเสียหายมากครั้งหนึ่งเช่นกัน และครั้งสำคัญในปี 2505 พายุที่แหลมตะลุมพุก อันเกิดจากพายุโซนร้อนแฮเรียต ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อันน่าโศกเศร้า ยังมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต และภูมิประเทศ โดยในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน!!! 

         หันมาดูในฝั่งกรุงเทพฯ กันบ้าง เมื่อปี 2504  Storm Surge ก็เคยมีปรากฏการณ์เกิดพายุใหญ่ซัดเข้ามาในอ่าวไทย จนเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ เช่นกัน และในปี 2526 ก็เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าฝนพันปี มีน้ำท่วมและขังในพื้นที่นาน ที่สำคัญ การเกิดขึ้นของพายุได้สร้างความเสียหายต่อการกัดเซาะชายฝั่งของกรุงเทพฯ จนเป็นพื้นที่ที่เรียกว่าทะเลตรม และไม่สามารถป้องกันน้ำทะเลได้ในหลายจุด 

         อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่า Storm Surge เป็นเรื่องใกล้ตัวกันบ้างแล้วใช่ไหมหล่ะคะ . . . แล้ว Storm Surge เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน??? …เรื่องนี้ นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า…

         Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อน ที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง

         ที่สำคัญยิ่งความกดอากาศต่ำเท่าไร ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุหมุนมากเท่านั้น หากจะวัดเป็นตัวเลข ก็มีความหมายว่า ความกดอากาศต่ำที่ลดลง 1 มิลลิบาร์ จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น 1 เซนติเมตร

 Storm Surge ร้ายแรงกว่าสึนามิ พอกันกับนาร์กีส



 

รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่ แล้วพัดเข้าชายฝั่งของ Storm Surge เป็นลักษณะเดียวกันกับคลื่นยักษ์สึนามิ แต่แตกต่างกันตรงที่ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจากพายุ

         สำหรับ ความเสียหายนั้น ว่ากันว่า Storm surge เลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะเกิดขึ้นพร้อมกับพายุ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วน ไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามา ก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ

         อย่างไรก็ตาม แม้จะเลวร้ายมากกว่า แต่ก็สามารถรับมือได้ดีกว่า เพราะเมื่อ Storm surge เกิด มักจะมาพร้อมกับพายุโซนร้อน ดังนั้น เราจะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวัน และสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อน ที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด

         นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในทะเลอ่าวไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หนองหาร จังหวัดสกลนคร หรือกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา เพราะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ได้อีกด้วย

 

 



 เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดคลื่นพายุหมุน หรือ Storm surge?

         รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดคือ ปรากฏการณ์โลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกิดขึ้นของคลื่นพายุหมุน และน่าจะมีลักษณะเดียวกับการเกิดของพายุนาร์กิสที่ประเทศพม่า ซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ไม่มีสัญญาณบ่งชี้เรื่องของภูมิอากาศที่แปรปรวน ก่อนที่จะเกิดสึนามิหรือนาร์กีส ท้องฟ้ายังแจ่มใส ไม่มีการตั้งเค้าของพายุ

         "แนวชายฝั่งของ 3 จังหวัดอ่าวไทยคือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีภูมิประเทศเป็นรูปตัว ก.ไก่ คือเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูง แต่บริเวณพื้นที่ชั้นในค่อนข้างต่ำเป็นแอ่ง ฉะนั้น หากเกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุหมุน น้ำทะเลน่าจะทะลักเข้าทางถนนสุขุมวิท ย่านบางนา รวมทั้งเข้าทางฝั่งธนบุรี ก่อนที่จะถึงเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ก็น่าคิดหามาตรการเตรียมรับมือ" รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์กล่าว

 รับมืออย่างไร กับ Storm Surge  
  สำหรับการเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับ Storm surge นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรับข่าวสาร และทำความเข้าใจ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรศึกษาลักษณะของการเกิด และความรุนแรงเพื่อที่จะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน โดยการหนีนั้นจะมีหน่วยงานที่ร่วมทำแผนที่เสี่ยงภัย ซึ่งหากบริเวณไหนมีประชากรหนาแน่น บริเวณนั้นจะมีความเปราะบางมาก จึงต้องทำแผนที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมืองท่องเที่ยว

         ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการเกิดพายุหมุน หรือคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง (Storm Surge) นั้นมีอยู่หลายแนวทาง ซึ่ง รศ.อัปสรสุดา ศิริพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ทางออกที่ดีที่สุด คือ การช่วยกันรักษาป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง หรือปลูกป่าชายเลนเพิ่มในพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของ Storm surge อีกทั้งควรกำหนดเป็นหลักสูตรในเรื่องของภัยพิบัติลงในแบบเรียน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเกิดความตื่นตัว จึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และต้องมีการซ้อมแผนเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงคราวเกิดขึ้นจริง จะได้ช่วยลดความเสียหายจากชีวิตและทรัพย์สินได้  

         ... เห็นทีระยะนี้คงต้องฝากเตือนทุกคน ให้การติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศกันมากๆ นะคะ โดยเฉพาะใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อจะได้รับมือกับ Storm Surge กันได้อย่างทันท่วงทีค่ะ



 

แอบถ่าย เป็น พฤติกรรมการนำกล้องถ่ายภาพ หรืออุปกรณ์ที่สามารถบันทึกภาพได้ เช่น โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ ไปลักลอบถ่ายภาพบุคคลอื่นโดยคนอื่นไม่รู้ตัว โดยทั่วไปคำว่า แอบถ่าย จะสื่อถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีนัก

 

  • รูปแบบพฤติกรรมทางพื้นฐาน คือ จะว่าไปบางท่านอาจเรียกว่าการถ่ายภาพ ซึ่งจะเจอมากที่สุดในบรรดาพฤติกรรมต่างๆ เช่น ช่างภาพ ช่าง TV จัดทำรายการต่างๆ

กล้องวงจรปิดที่บันทึกตามที่ต่างๆ และสุดท้ายคือ หุ่นยนต์ หุ่นยนต์ทุกตัวจะมีเลนส์ที่บันทึกภาพสถานการ์ณต่างๆตลอดเวลา เพื่อไว้จดจำข้อมูลต่างๆได้

  • รูปแบบพฤติกรรมทางการสืบสวน ในกรณีของนักสืบหรือ ตำรวจ เก็บภาพเหตุการณ์เพื่อใช้เป็นหลักฐาน เช่น แอบถ่ายสามีขณะไปรับประทานอาหารกับหญิงอื่น

 

อุปกรณ์ที่ใช้แอบถ่าย

พฤติกรรม แอบ อื่นๆ

 

edit @ 23 Sep 2008 10:01:30 by ความรู้สึกในใจ

ชมรมคนรักพุดเดิ้ล

posted on 18 Sep 2008 15:55 by jun-08

ลักษณะเด่น


ขนดก แน่น และหยิกงอน สีขนเป็นสีเทา นำเงิน ขาว สีนำตาลหรือสีครีม

 

 

 นิสัย

พุดเดิ้ลที่มีสายพันธุ์ดีจะเป็นสุนัขที่ฉลาดและตอบสนองไวที่สุดในบรรดาสุนัขทั้งหมด พุดเดิ้ลมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก และขนาดทอย(ตุ๊กตา) พุดเดิ้ลทุกขนาดจะเป็นสุนัขที่น่าหยิกน่าหมั่นไส้ แสนประจบ ซน และขี้เล่น พุดเดิ้ลพันธุ์เล็กกับพันธุ์ทอยมีอุปนิสัยที่ไม่ค่อยไว้ใจคนแปลกหน้า และมีความอดทนกับเด็กน้อยกว่าพันธุ์สมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม พุดเดิ้ลเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ซึ่งคุณก็ควรฝึกสอนตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีความสามารถในการทำตามคำสั่งที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ข้อเสียของมันก็คือมันมีนิสัยชอบเห่า แต่คงเพราะตัวเล็กไปหน่อยจึงได้แต่เห่าอย่างเดียว ทำอะไรใครไม่ได้ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะที่จะเลี้ยงในคอนโด แต่ก็ควรให้ได้รับการออกกำลังกายพอสมควรด้วย แต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าพุดเดิ้ลขนาดจิ๋ว (เล็กกว่าพันธุ์ทอย) ก็จงระวังให้ดี เพราะมันค่อนข้างขี้โรคและมีอารมณ์หงุดหงิด

 

 การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย

สุนัขพันธุ์นี้ไม่ผลัดขนคุณจึงควรแปรงขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง และตัดแต่งขนให้ทุกๆ 4-6 สัปดาห์ และควรพาไปเดินเล่นในที่ที่ไม่มีคนพลุกพล่าน พันธุ์มาตรฐานต้องการการออกกำลังกายมากกว่าพันธุ์มินิเอเจอร์และทอย

 ข้อควรระวังเป็นพิเศษ


ควรซื้อลูกสุนัขจากผู้เพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์มาตรฐาน : โรคข้อสะโพกห่าง ปัญหาเรื่องตารวมทั้งจอรับภาพเสื่อมเรื้อรัง โรคลมบ้าหมู โรคท้องมาน โรคติดต่อทางผิวหนัง โรคไต ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์มินิเอเจอร์และพันธุ์ทอย : ปัญหาเรื่องตา หูตึง โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน โรคความผิดปกติทางหัวใจและเลือด โรคลมบ้าหมู

 

edit @ 23 Sep 2008 10:01:14 by ความรู้สึกในใจ

1.บอกเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างจิตนาการให้ฟัง   จะได้รู้กันไปว่า ที่เค้าไม่ค่อยพูดกับแฟน เพราะอยากจูจุ๊บหล่อนนั่นเอง ดีใจจนเนื้อเต้นหรือยัง?

2. นวดให้แฟนเพื่อให้เค้าผ่อนคลายหน่อย นึง แต่อีกฝ่ายก็อย่าลืมปรนนิบัติเดี๊ยนมั่งนะ ไม่ทำล่ะน่าดู ฮึ่ม! ว่าแล้วก็อย่าลืมแยกเขี้ยวใส่เป็นการขู่ซะเลย ไม่กลัวก็ให้มันรู้ไป! แต่รับรองไม่กลัวหรอกฮาฮา คงต้องใช้วิธีอื่นขู่ให้ขนลุกซู่แล้วล่ะ

3. ชมแฟนเยอะๆ ชมให้ตัวลอยกันไปเลย จะเป็นเรื่องความน่ารักที่เค้าหรือหล่อนมีไม่เหมือนคนอื่น หรือเอกลักษณ์อะไรก็ได้ที่พิจารณาและลูบๆคลำๆแล้ว ถือว่าดีที่ซู้ดก็นั่นแหละ ชมไปเหอะ

4. ลองจุมพิตคนรัก ทั้งที่ดวงตาของคุณยังเปิดอยู่ดิ่ แต่ถ้าอีกฝ่ายก็เปิดตาตอนนั้นด้วยเช่นกันก็ทะแม่งๆนะ ว่ามะ?...นี่จะจุมพิตแฟนหรือเด็กทารกกันแน่ฟะ หึ

5. ใช้เวลาทั้งวันหยอกล้อกะคนรัก เพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่กันและกันมั่งซี ยิ่งช่วงนี้ใครๆก็ต้องการรอยยิ้มอย่างด่วนจี๋อยู่ด้วย งั้นรีบๆทำกันซะ

6. เล่นเกมทายใจก็ไอเดียเก๋ ทว่ากรุณาบอกใบ้บางอย่างให้อีกฝ่ายทายได้หน่อยนะเอ็ง แหมทำอย่างกะแฟนตัวฉลาดงั้นแน่ะ อ้าว! ...แต่โอ๋โอ๋ ล้อเล่นไม่โกรธนะ แล้วเล่นเกมอะไรกันก็น่าจะมีคำตอบ เขียนใส่กระดาษแล้วม้วนไว้ในแก้วน้ำรอการเฉลยด้วย เกมนั้นจะได้ไม่เป็นเกมแหกตาหรือเล่นละครตบตากันดีมะ อีกอย่างอย่ามาต่อว่าต่อขานกันทีหลังเชียว


7. ศึกษาให้มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องการสร้าง ความสุขทางเพศรสให้คนรัก เรื่องนี้ลืมไม่ได้ เชียว ความรักมักทำให้เนื้อเต้นหยั่งงี้ไงจ๊ะ

8. ใช้น้ำแข็งช่วยสร้างความระทึกในช่วงเล้าโลมเหมือนหนังไทย เรื่องนึงมะ เอ๊ะ...หรือปฏิบัติการกันไปแล้ว???? บอกมานะ!!! คาด คั้น เพราะอิจฉารู้ปะ

9. อย่าบ่นกระปอดกระแปดกันให้มากขึ้นไปกว่านี้เลย ทุกวันนี้เท่าที่บ่นกันไปบ่นกันมา ก็หูชาไปข้างนึงแล้ว ฉะนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้หูอีกข้างเป็นไปด้วยแทนที่จะบ่นมาร้องเพลงกันเถอะ

10. เคลียร์ปัญหาที่ทำให้ทะเลาะกันให้ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากตกลงกันไว้ล่วงหน้าเลยก็ดีว่า จะไม่ทะเลาะกันข้ามมื้ออาหาร แบบถ้าทะเลาะตอนอาหารเช้า ก็ควรหยุดปะทะคารมกันให้ได้ช่วงอาหารกลางวัน แต่หากท่านใดคิดว่ากลางวันเร็วไป งั้นช่วงอาหารค่ำก็ได้ ขอเพียงทำให้ได้เหอะ

11. เขียนเรื่องอีโรติกวาบหวามเกี่ยวกับคุณกับสุดสวาทขาดใจดูดิ่ แล้วอย่าลืมวางไว้ ให้สุดเลิฟเห็นด้วยล่ะ ไม่ใช่เขียนเอง อ่านเอง แล้วจะไม่ช่วยทำให้ “รักกระชับ” ขึ้นได้ไง

12. โปรดอย่าหมดรักง่ายๆ แม้สังคมสมัยนี้มีสิ่งยั่วยวนให้ “เดินกันคนละทาง” เร็วชะมัด ก็อย่า “ยินยอม” ให้สิ่งยั่วยวนเหล่านี้มาเป็นมือที่ 3 เด็ดขาด โดยเฉพาะ ถ้าเมื่อไหร่พวกคุณทั้งสองเซ็งกันสุดจะบรรยายเป็นซับไตเติ้ลภาษายึกยือ ขนาดไหนแล้วก็ตาม ควรรีบสลัดความรู้สึกนี้ไปซะ แล้วหันมารักในปริมาณเท่าเดิม เอ่อ...ถ้าบังคับตัวเองได้ก็ไม่ยาก

 


13. ถึงเป็นแฟนกันแล้ว ก็อย่าปล่อยให้ แฟนเหงา อ่ะอ่ะ ใครว่า มีแฟนแล้ว เหงาไม่เป็น? ขอชี้แจงว่า ถึงมีแฟนแล้วก็เหงาได้ บางทีสำหรับบางคนเหงามากกว่าตอนไม่มีแฟนซะอีก เชอะ

14. จูบคนรักด้วยรูปแบบใหม่ๆและบริเวณต่างๆบ้าง ไม่ใช่สักแต่จะจูบแบบนี้ของตูทุกวันก็ทำไปตามหน้าที่...เพื่อค้นหาความชอบใหม่ๆของดาร์ลิ่งเพิ่มไง ส่วนหากรู้มากยิ่งขึ้นแล้วจะตะลึง, อึ้ง, งงงันแค่ไหน? ก็สุดแท้แต่บุพเพฯจะอาละวาดน่ะสิ จะเป็นอะไรเรอะ

15. อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บไปถึงเรื่องที่ทั้งคู่ขุ่นข้องหมองใจกันเชียว เพราะยิ่งพูดถึงความผิดพลาดของแต่ละฝ่ายในอดีตอยู่นั่น ฝ่ายที่พูดนั่นแหละจะยิ่งช้ำใจหนักขึ้น หรือไม่งั้น ฝ่ายที่ชอบพูดเรื่องอดีตจัง สงสัยคงพูดอย่างอื่นไม่เป็น เลยพูดซ้ำไปซ้ำมา โอ๊ยเยอะ

16. เดินจูงมือกันทุกครั้งที่ชวนกันไปเดินเล่นหรือช็อปปิ้ง จะดีมั่กมาก ข้อนี้หนับหนุนสุดตัว เอ้ามองดูน่ารักดี แต่ไม่ใช่ทำเป็นจูงไม้จูงมือเพราะฝ่ายชายอยากแต๊ะอั๋งฝ่ายหญิงนะเฟ้ย โดยเฉพาะคู่ที่รักกันใหม่ๆนี่ จับกันดะไปทั่วเลย...เคยเห็นนะ จำไว้ว่า ลวนลามไม่ดีแต่รักกันน่ะดี สุดท้ายฝากว่า ควรให้อภัยและลืมสิ่งไม่ดีไม่งามที่แฟนเคยทำไว้กะคุณให้ได้จริงๆ ไม่ใช่ปากกะใจไม่เคยตรงกันเลยสักที โอ้มายก๊อด...แล้วจะเป็นแฟนที่ดีได้ไงล่ะฮ้า.
 
 

 

 

edit @ 23 Sep 2008 10:01:48 by ความรู้สึกในใจ

     คำว่า ‘เนื้อคู่’ หลายคนจะให้ความหมายว่าคือคนที่จะได้แต่งงานออกหน้าออกตาด้วย (ทั้งจดทะเบียนสมรส
หรือไม่จดทะเบียนสมรสก็ตาม) หรือได้ใช้ชีวิตร่วมกัน หรือเป็นคนที่ส่งเสริมอุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน

   ความหมายที่ 1 คือ คนที่มีกรรมดีต่อกันในอดีต ภพนี้ ชาตินี้กลับมาเพื่อการอิ่มเอิบใจซึ่งกันและกัน
ดูแล้วน่าจะใกล้เคียงกับคำว่าเนื้อคู่ที่หลาย ๆ คนถามหามากที่สุด ส่วนจะเจอเมื่อไร ได้อยู่ร่วมกันนานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของกรรมในอดีตเป็นตัวกำหนด

 

   ความหมายที่ 2 คือ คนที่มีกรรมไม่ดีต่อกันในอดีต ภพนี้ ชาตินี้จึงกลับมาเพื่อทวงคืน เพื่อชำระหนี้ จะสังเกตว่า
คู่ประเภทนี้อยู่ด้วยกันแล้วมีแต่เรื่องเดือดร้อน ทำอะไรก็ไม่ขึ้น มีแต่เรื่องเสียเงิน เสียใจ เสียเวลา เสียความรู้สึก
แต่คนเรามักจะคิดว่าคนประเภทนี้ไม่ใช่คู่เรา เป็นที่มาของคำถามว่า ‘เมื่อไรจะเจอคู่ซะที’ ซึ่งที่จริงแล้วคนที่เผชิญ
อยู่ในความหมายที่ 2 นี่แหละก็คือคู่เหมือนกัน แต่เป็นคู่เวรคู่กรรม

 

 

 

 คำแนะนำ

  ในยามที่คบหาใครอยู่ ไม่ว่าเค้าจะดีหรือไม่ดี ขอให้ตัวคุณทำดีต่อเค้าให้มากที่สุด เพราะเค้าจะไม่ได้มาวุ่นวาย
กับเราตลอดไปหรอกครับ อย่างน้อยกรรมดีที่มีต่อกันในวันนี้จะส่งผลให้คุณได้อิ่มเอิบในวันข้างหน้าได้ ในทางกลับกัน
ถ้าได้เจอใครที่เรารู้สึกดี รู้สึกรัก รู้สึกห่วงใยเค้า รู้สึกคิดถึงเค้าตลอดเวลาแล้วละก็ รักเค้าให้สุดแรงเกิดค่ะไม่ต้องกังวลว่าวันหนึ่งอาจจะต้องผิดหวัง

ไม่มีอะไรมาพรากคุณและเค้าก็ตาม อย่างน้อยความตาย
ก็เตรียมพลัดพรากคุณและเค้าในวันหนึ่งอยู่แล้ว

 

edit @ 23 Sep 2008 10:02:01 by ความรู้สึกในใจ